สถานการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่ในออสเตรเลีย โดยบริสเบน เมืองใหญ่อันดับ 3 ของประเทศกำลังจะจมน้ำ จากภาวะน้ำท่วมรุนแรงที่สุดในรอบ 100 ปี ซึ่งจะทำให้บ้านเรือนกว่า 30,000 หลังจมบาดาล ขณะที่ตัวเลขผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็น 12 ศพ สูญหาย 51 คน
   ประชาชนหลายพันคนหนีขึ้นไปอยู่บนพื้นที่สูง และใจกลางของเมืองบริสเบน กลายเป็นสถานที่ร้างผู้คน ไฟฟ้าถูกตัดขาดทำให้ประชาชนจำนวนมากได้รับความเดือดร้อน ประชาชนบางส่วนต้องอพยพไปอยู่ที่ศูนย์พักพิงชั่วคราว โดยใช้เรือเป็นพาหนะ ด้านนางแอนนา ไบลจ์ นายกรัฐมนตรีรัฐควีนส์แลนด์กล่าวว่า เรากำลังเผชิญน้ำท่วมครั้งรุนแรงที่สุดในรอบ 100 ปี เนื่องจากระดับน้ำในแม่น้ำบริสเบนจะเข้าสู่ระดับอันตรายในวันพฤหัสบดีนี้ ซึ่งจะทำให้น้ำเอ่อล้นตลิ่งไหลเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน
   ส่วนนักเศรษฐศาสตร์เปิดเผยว่า น้ำท่วมครั้งใหญ่ในออสเตรเลีย อาจสร้างความเสียหายให้แก่ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) คิดเป็นมูลค่ากว่า 10,000 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย หรือราว 300,000 ล้านบาท และสร้างความเสียหายแก่เศรษฐกิจของออสเตรเลีย ยิ่งกว่าพายุเฮอริเคนแคทรีนาถล่มสหรัฐเสียอีก นอกจากนี้ นายแมทธิว อิงแลนด์ นักวิทยาศาสตร์ของศูนย์วิจัยสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงแห่งมหาวิทยาลัยนิว เซาท์เวลส์ในเมืองซิดนีย์กล่าวว่า โลกร้อนน่าจะมีส่วนทำให้ฝนตกหนัก จนเกิดน้ำท่วมครั้งใหญ่ในรัฐควีนส์แลนด์
           
ที่ฟิลิปปินส์ เจ้าหน้าที่ป้องกันภัยธรรม ชาติระบุว่า พายุฝนที่ตกลงมาอย่างหนักทางตะวันออกของประเทศเป็นเวลา 2 สัปดาห์ ทำให้มีคนจมน้ำตายอีก 7 ศพ ส่งผลให้ตัวเลขผู้เสียชีวิตพุ่งขึ้นเป็น 40 ศพ พร้อมกับสูญหาย 7 รายจากน้ำท่วมบนเกาะซามาร์ นอกจากนั้น ยังมีผู้บาดเจ็บ 8 คน ขณะที่น้ำท่วมถึง 3 เมตร เป็นอุปสรรคในการเดินทางบนถนนหลวง และสร้างความเสียหายให้แก่บ้านเรือนหลายร้อยหลัง
    ขณะที่ศรีลังกา มีผู้เสียชีวิตไม่ต่ำกว่า 18 ศพ และเกือบ 1 ล้านคนไร้ที่อยู่จากภัยน้ำท่วม ภายหลังฝนตกหนักเป็นเวลาหลายวันทางภาคกลางและภาคตะวันออก.
 
เนื้อหาข่าวจาก เดลินิวส์

Comment

Comment:

Tweet